2007/Feb/27

เค้กสวยๆ น่ากิ๊นน่ากิน

เค้กน่ากินมะ

ช็อคโกแลตน่ากินจังเลย

โอ้ย...สตรอเบอร์รี่ทั้งน้าน

สีก็สวย...หว๊านหวาน

น่ากินไปหมดเลยอ่ะ

เอ...จะอ้วนมั๊ยเนี้ยถ้ากินหมดเลยอ่ะ

2007/Feb/18

จ.เชียงราย ภาคเหนือ

คำขวัญ

" เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา"

ประวัติ
จังหวัดเชียงราย หรือ เมืองเชียงราย เดิมอยู่ในอาณาจักรโยนกเชียงแสนครับ มีประวัติการสร้างเมืองเมื่อ พ.ศ. 1600 ต่อมาพ่อขุนเม็งรายยกทัพมาประทับที่เมืองกู่เต้า ช้างชัยมงคลของพระองค์เกิดหายไป พระอง์ได้ทรงออกตามหาไปจนถึงดอยจอมทองบริเวณริมฝั่งแม่น้ำกก พระองค์ทรงเห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของดินแดนในแถบนี้ จึงได้สร้างเมืองขึ้น และทรงขนานนามว่า เมืองเชียงราย และอพยพผู้คนมาอยู่ที่เมืองใหม่แห่งนี้ครับ ต่อมาอาณาจักรล้านนาเสียแก่พม่า
เมืองเชียงรายจึงเป็นเมืองขึ้นของพม่าด้วย และต่อมาได้กลับกลายมาขึ้นต่อกรุงรัตนโกสินทร์ ตราบมาจนทุกวันนี้ครับ

อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ พม่า
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดพะเยา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดเชียงใหม่
ทิศตะวันอออก ติดต่อกับ ลาว

จังหวัดเชียงราย เป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ เป็นระยะทาง 785 กิโลเมตร มีพื้นที่ 11,678.4 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูง และมีที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ริมฝั่งแม่น้ำหลายสาย มีแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำกก และแม่น้ำอิง อากาศในจังหวัดเชียงรายจะค่อนข้างอบอุ่น แต่ในฤดูหนาวจะหนาวจัด

จังหวัดเชียงรายแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ และ 4 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอเชียงของ อำเภอเทิง
อำเภอพาน อำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่สาย อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอป่าแดด อำเภอเวียงชัย อำเภอพญาเม็งราย กิ่งอำเภอเวียงแก่น กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง กิ่งอำเภอขุนตาล กิ่งอำเภอแม่ลาว

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอ.เมือง

วัดร่องขุ่น ตั้งอยู่ที่บ้านร่องขุ่น ริมถนนพหลโยธิน กม. ที่ 816 ออกแบบและก่อสร้าง โดยอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เมื่อ พ.ศ. 2540 โดย บนพื้นที่เดิมของวัด 3 ไร่ และขยายออกเป็น 12 ไร่ อุโบสถ ประดับกระจกสีเงินแวววาววิจิตรงดงามแปลกตา ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธานซึ่งเป็นภาพที่ใหญ่งดงามมาก


ความหมายของอุโบสถ
สีขาวของโบสถ์แทนพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า กระจกขาวหมายถึง พระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่เปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์และจักรวาล
สะพาน หมายถึง การเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ ก่อนขึ้นสะพานครึ่งวงกลมเล็กหมายถึง โลกมนุษย์ย์ วงใหญ่ที่มีเขี้ยวเป็นปากของพญามาร หรือพระราหูหมายถึง กิเลสในใจแทนขุมนรกคือทุกข์ ผู้ใดจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในพระพุทธภูมิต้องตั้งจิตปลดปล่อยกิเลสตัณหาของตนเองทิ้งลงไปในปากพญามาร เพื่อเป็นการชิระจิตเราให้ผ่องใสถึงจะเดินผ่านขึ้นไป บนสันของสะพานจะประกอบไปด้วยอสูรอมกัน 16 ตัว ข้างละ 8 ตัว อุปกิเลส 16 จากนั้นก็จะถึงกึ่งกลางสะพาน หมายถึง เขาพระสุเมระ เป็ฯที่อยู่องเทวดา ด้านล่างเป็นสระน้ำ หมายถึง สีนดรมหาสมุทร มีสวรรค์ตั้งอยู่ 6 ชั้นด้วยกัน ผ่านสวรรค์ 6 เดินลงไปสู่แผ่นดินของพรหม 16 ชั้น แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 16 ดอก รอบอุโบสถ ดอกที่ใหญ่สุด 4 ดอก ตรงทางขึ้นด้านข้างโบสถ์ หมายถึง ซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ ประกอบด้วยพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ เป็นสงฆ์สาวกที่เราควรกราบไหว้าบูชา
ก่อนขึ้นบันได ครึ่งวงกลม หมายถึง โลกุตตรปัญญา บันไดทางขึ้น 3 ขั้น แทนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผ่านแล้วจึงขึ้นไปสู่แผ่นดินของอรูปพรหม 4 แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 4 ดอก และ บานประตู 4 บาน บานสุดท้ายเป็นกระจกสามเหลี่ยมแทนความว่าง (ความหลุดพ้น) แล้วจึงจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าวสู่พุทธภูมิ


ภายในประกอบด้วยภาพเขียนโทนสีทองทั้งหมด ผนัง 4 ด้าน เพดาน และพื้นล้วนเป็นภาพเขียนที่แสดงถึงการหลุดพ้นจากกิเลสมาร มุ่งเข้าสู่โลกุตรธรรม
ส่วนบนของหลังคาโบสถ์ ผมได้นำหลกธรรมอ้นสำคัญยิ่งของการปฏิบัติจิต 3 ข้อ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นำไสู่ความว่าง (ความหลุดพ้น)
ช่อฟ้าเอก หมายถึง ศีล ประกอบด้วยสัตว์ 4 ชนิดผสมกัน แทน ดิน น้ำ ลม ไฟ ช้าง หมายถึง ดิน นาค หมายถึง น้ำ ปีกหงส์ หมายถึง ลม และหน้าอก หมายถึง ไฟ ขึ้นไปปกปักรักษาพระศาสนา บนหลัง ช่อฟ้าเอกเทินด้วยพระธาตุ หมายถึง ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 ข้อ และ 84,4000 พระธรรมขันธ์
ช่อฟ้าชั้นที่ 2 (บน) หมายถึง สมาธิ แทนด้วยสัตว์ 2 ชิด คือ หญานาคกับหงส์ เขี้ยวพญานาค หมายถึง ความชั่วในตัวมนุษย์ หงส์ หมายถึง ความดีงาม ศีลเป็นตัวฆ่าความชั่ว (กิเลส) เมื่อใจเราชนะเกิเลสได้ก็เกิดสมาธิ มีสติกำหนดรู้เกิดปัญญา
ช่อฟ้าชั้นที่ 3 (สูงสุด) หมายถึง ปัญญา แทนด้วยหงส์ปากครุฑ หมอบราบนิ่งสงบไม่ปรารถนาใดๆ มุ่งสู่การดับสิ้นซึ่งอาสวะกิเวลภายใน
ด้านหลังหางช่อฟ้าชั้นที่ 3 มีลวดลาย 7 ชิ้น หมายถึงโพชฌงค์ 7 ลาย 8 ชิ้นรองรับฉัตร หมายถึง มรรค 8 ฉัตรหมายถึงพระนิพพานลวดลายบนเชิงชายด้านข้างของหลังคาชั้นบนสุดแทนด้วยสังโยชน์ 10
เสา 4 มุม ด้านข้างโบสถ์ คือ ตุง (ธง) กระด้าง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าตามคติล้านนา
ผู้ร่วมสนใจสมทบทุนสร้างพระอุโบสถ สอบถามที่ โทร.0 5367 3579

การเดินทาง วัดร่องขุ่นตั้งอยู่ที่บ้านร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย ไปตามหางหลวงหมายเลข 1 สายพะเยา-แม่สาย กม.ที่ 816 แยกซ้ายประมาณ 100 (เข้าทางเดียวกับน้ำตกขุนกรณ์)


ภาพวัดร่องขุ่นสวยงามมากๆ


edit @ 2007/02/18 14:41:49
edit @ 2007/02/18 15:51:41

2007/Feb/18

ดูแล้วอึ้งไปเรยยยย.....กล้ามากคุณเธอ